คดีเครื่องประดับสูญหาย

ScreenShot2013-03-24at83158PM_zps7edc7dfb

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระเจ้าพรหมทัตผู้เป็นราชาแห่งเมืองพาราณสี ได้เสด็จไปทรงเล่นน้ำอยู่ในอุทยานหลวงพร้อมด้วยพระมเหสีและข้าราชบริพารทั้งหลาย ซึ่งครั้งนั้นพระมเหสีได้ทรงถอดเครื่องประดับคือปิ่นปักผมและสร้อยมุกอันงดงามใส่ห่อผ้าไว้ แล้วมอบให้แก่นางทาสีคนหนึ่งเป็นผู้รักษาไว้

ขณะนั้นเองก็ได้มีนางลิงตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในอุทยานหลวงแห่งนี้ เมื่อเห็นปิ่นปักผมและสร้อยมุกของพระมเหสีเข้าก็เกิดชอบใจอยากได้มาสวมใส่บ้าง จึงแอบเฝ้ามองอยู่เมื่อนางทาสีเผลอหลับไป นางลิงสบโอกาสก็แอบเข้าไปขโมยปิ่นปักผมและสร้อยมุกขึ้นไปซ่อนไว้ในโพรงไม้

ฝ่ายนางทาสีเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นเครื่องประดับของพระมเหสีก็ตกใจเป็นอย่างยิ่ง จึงร้องเอะอะโวยวายว่ามีโจรมาขโมยเครื่องประดับไป ทหารได้ยินดังนั้นต่างก็วิ่งหาโจรกันให้วุ่นวาย และได้มีชายชนบทคนหนึ่งเดินผ่านมาพอดี เห็นพวกทหารวิ่งมาทางตนก็รีบวิ่งหนีด้วยความตกใจ ทหารเห็นเช่นนั้นก็คิดว่าชายผู้นี้เป็นคนขโมยไป จึงเข้าจับกุมทั้งโบยและข่มขู่ชายผู้นี้ พร้อมกับถามว่าได้ขโมยเครื่องประดับเหล่านั้นไปหรือไม่

ซึ่งฝ่ายชายชนบทคิดว่าหากตนไม่ยอมรับก็อาจถูกพวกทหารรุมตีจนตายเป็นแน่ จึงกล่าวยอมรับไปเสียอย่างนั้น พวกทหารจึงนำตัวไปเข้าเฝ้าพระเจ้าพรหมทัต ครั้นถูกพระเจ้าพรหมทัตคาดคั้นถามว่าเอาเครื่องประดับไปซ่อนไว้ที่ไหน เขาจึงตอบว่า “ท่านเศรษฐีให้หม่อมฉันมาขโมยเครื่องประดับพวกนั้น ตอนนี้อยู่ที่ท่านเศรษฐีแล้วพระเจ้าค่ะ”

พระเจ้าพรหมทัตจึงรับสั่งให้ไปตามตัวเศรษฐีผู้นั้นมาแล้วตรัสถามเรื่องเครื่องประดับ แต่เศรษฐีเองก็คิดว่าหากตนปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง ก็อาจถูกทำโทษในระหว่างการไต่สวนเช่นกันจึงยอมรับผิด แต่ก็บอกว่าตอนนี้เครื่องประดับได้ไปอยู่กับท่านปุโรหิตแล้ว

พระเจ้าพรหมทัตก็รับสั่งให้ไปตามปุโรหิตมาเข้าเฝ้า และฝ่ายปุโรหิตก็คิดเช่นเดียวกันกับเศรษฐีและชายชนบทจึงยอมรับผิด แต่ก็บอกว่าขณะนี้เครื่องประดับอยู่ที่นักดนตรีหลวงแล้ว

ครั้นไปตามนักดนตรีหลวงมาพบ เขาก็คิดเช่นเดียวกันกับคนอื่นๆ ก็ยอมรับความผิดอีกเช่นกัน แต่ก็บอกว่าตอนนี้เครื่องประดับนั้นได้ให้แก่นางวัณณฑาทาสีไปแล้ว

พระเจ้าพรหมทัตก็ให้ไปตามตัวมาอีกเช่นเคย ฝ่ายนางวัณณฑาทาสีกล้าพูดความจริงก็ว่านางไม่ได้เป็นคนเอาไป พระเจ้าพรหมทัตทรงเห็นว่าเรื่องราวนี้ยืดเยื้อจึงให้อำมาตย์ผู้หนึ่งเป็นผู้ไต่สวน อำมาตย์จึงสั่งให้ทหารนำทั้งหมดไปขังรวมกัน จากนั้นก็แอบฟังทั้งห้าคนคุยกัน ทหารที่แอบฟังอยู่ก็รีบไปรายงานว่าทั้งห้าคนนี้มิใช่ผู้ร้าย

ครั้นเมื่อตรองดูแล้วก็คิดว่าผู้ที่ขโมยไปไม่ใช่คนนอก เพราะมีทหารในพระราชวังคอยดูแลอยู่อย่างหนาแน่นเช่นนี้คงไม่มีใครเข้ามาได้ ทำให้อำมาตย์เกิดสงสัยในตัวลิงที่อยู่ในอุทยานหลวงแห่งนี้ จึงบอกให้ทหารไปจับนางลิงมาตัวหนึ่ง แล้วเอาเชือกร้อยเป็นเครื่องประดับให้นางลิงตัวนั้นสวมใส่ จากนั้นก็ให้คอยจับตาหานางลิงที่อาจจะออกมาพร้อมด้วยเครื่องประดับของพระมเหสี

เมื่อนางลิงที่ได้เครื่องประดับด้วยเชือกแล้วก็เอาไปอวดให้นางลิงตัวอื่นๆ ได้ดู ฝ่ายนางลิงที่ขโมยเครื่องประดับมาเห็นเช่นนั้นก็รีบไปหยิบปิ่นปักผมกับสร้อยมุกมาสวมใส่อวดให้นางลิงตัวอื่นๆ ดูด้วย ทหารเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปจับนางลิงแต่นางลิงตกใจรีบทิ้งเครื่องประดับและหลบเข้าป่าไป พระราชาชื่นชมในปัญญาของอำมาตย์พร้อมมอบของรางวัลให้ และให้ปล่อยตัวคนทั้งห้าออกจากคุกไป

 

ข้อคิดจากนิทานชาดก : ผู้มีปัญญาย่อมคลี่คลายปัญหาต่างๆ ได้ดีที่สุด