ต้นมะกอกและต้นมะเดื่อ

ต้นมะกอกและต้นมะเดื่อ

ณ ป่าแห่งหนึ่ง มีต้นมะกอกและต้นมะเดื่อยืนต้นอยู่ใกล้ๆ กัน เมื่อถึงฤดูหนาวต้นมะเดื่อก็ได้ผลัดใบออกจนเหลือแต่กิ่งก้านที่ไร้ใบ เมื่อต้นมะกอกเห็นการเปลี่ยนแปลงของต้นมะเดื่อดังนี้จึงหัวเราะเยาะแล้วกล่าวว่า “เจ้าต้นมะเดื่อที่น่าเวทนา เจ้าคงต้องทนอยู่ในสภาพที่น่าเกลียดแบบนี้ไปอีกนานจนกว่าฤดูหนาวนี้จะผ่านพ้นไป ผิดกับข้าที่ยังคงมีใบเขียวชอุ่มตลอดทั้งปี”

หลายวันต่อมาหิมะได้ตกลงมาอย่างหนัก และหิมะหนาทึบก็ได้จับตัวอยู่ตามใบและกิ่งก้านสาขาของต้นมะกอกจนเต็มไปหมด และในไม่ช้าต้นมะกอกก็แบกรับน้ำหนักของหิมะไว้ไม่ไหวทำให้กิ่งก้านของมันหักระเนระนาดจนไม่เหลือร่องรอยของความสวยงามเลยแม้แต่น้อย ต้นมะเดื่อจึงกล่าวกับต้นมะกอกว่า “แม้ข้าจะผลัดใบจนเหลือแต่กิ่งก้านก็ตาม แต่นี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้ข้ามีชีวิตรอดโดยที่ไม่ได้รับอันตรายใดๆ”

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : ในสิ่งเลวร้ายย่อมมีสิ่งดีแฝงอยู่ และในสิ่งดีย่อมมีสิ่งเลวร้ายซ่อนอยู่