นายกาฬกรรณี

b_1325831882488

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายคนหนึ่งชื่อว่า “กาฬกรรณี” เกิดความลำบากยากแค้นในชีวิต ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร จึงเดินทางไปหาท่านเศรษฐีผู้หนึ่งแห่งเมืองพาราณสีเพื่อขอความช่วยเหลือโดยอาสาจะทำงานรับใช้ทุกอย่าง ท่านเศรษฐีเห็นว่านายกาฬกรรณีนั้นเคยเป็นเพื่อนเล่นกับตนมาตั้งแต่เด็กจึงรับเข้ามาอยู่ร่วมเรือนด้วย แต่หมู่ญาตินั้นกลับไม่สบายใจที่นายกาฬกรรณีจะเข้ามาอยู่ในเรือนด้วย เนื่องจากชื่อของนายกาฬกรรณีที่ฟังดูไม่ใคร่เป็นมงคลเท่าไรนัก จึงพยายามทักท้วงท่านเศรษฐีให้ขับไล่นายกาฬกรรณีออกไปเสีย แต่ท่านเศรษฐีนั้นเห็นว่ามิตรภาพสำคัญกว่าชื่อจึงไม่ยอมทำตาม

ต่อมาท่านเศรษฐีต้องเดินทางไปทำธุระยังต่างเมือง จึงได้วานให้นายกาฬกรรณีช่วยดูแลเรือนของตนให้ดี นายกาฬกรรณีสำนึกในบุญคุณของเศรษฐีจึงอยู่เฝ้าเรือนทั้งคืนโดยไม่ยอมหลับนอน แล้วในคืนนั้นเองขณะที่ทุกคนกำลังนอนหลับอยู่นั้นก็เกิดมีกลุ่มโจรลอบเข้ามาหมายจะปล้นเรือนเศรษฐี นายกาฬกรรณีเห็นเข้าก็รีบตีฆ้อง ตีกลอง เป่าแตรสังข์ของท่านเศรษฐีเป็นการใหญ่ เพื่อปลุกให้คนในเรือนตื่นขึ้นมาช่วยกันขับไล่กลุ่มโจร ฝ่ายโจรเมื่อได้ยินเสียงดังลั่นเรือนก็พากันแตกตื่นหนีหายไปจนหมด

เมื่อเหตุการณ์คลี่คลายลง ทุกๆ คนในเรือนเศรษฐีจึงพากันสรรเสริญนายกาฬกรรณีที่ช่วยให้พวกตนและทรัพย์สมบัติของท่านเศรษฐีรอดพ้นจากโจรร้ายได้ ครั้นเมื่อเศรษฐีกลับมาถึงและทราบเรื่องจึงยกย่องนายกาฬกรรณีในฐานะมิตรที่รู้คุณ พร้อมกล่าวแก่ญาติทั้งหลายว่า “เห็นไหมเล่า ว่าชื่อของคนนั้นจะเอามาเปรียบกับจิตใจของเขาไม่ได้เลย หากวันนั้นเราไล่สหายกาฬกรรณีไป วันนี้เรามิต้องสิ้นเนื้อประดาตัวหรอกหรือ”

จากนั้นท่านเศรษฐีก็มอบทรัพย์สมบัติเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจให้แก่นายกาฬกรรณีมากมาย และไมมีใครคิดที่จะดูถูกนายกาฬกรรณีเพียงเพราะชื่อที่ฟังดูไม่เป็นมงคลของเขาอีกเลย

 

ข้อคิดจากนิทานพื้นบ้าน : อย่าเลือกคบสหายเพราะชื่อเสียงเรียงนามของเขา แต่จงคบสหายโดยดูที่จิตใจอันดีงามของเขา