ปุโรหิตโง่

images

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีปุโรหิตผู้หนึ่งนามว่า “รุหกะ” ผู้ซึ่งเป็นอาจารย์ของราชาแห่งกรุงพาราณสี ต่อมารุหกะได้รับพระราชทานม้าตัวหนึ่งซึ่งมีรูปร่างสง่างามพร้อมด้วยเครื่องประดับเกียรติยศบนตัวม้าจากพระราชา เขาจึงขี่ม้าตัวนี้ไปเข้าเฝ้าพระราชาทุกวัน

โดยทุกครั้งที่รุหกะขี่ม้าตัวนี้ออกจากบ้านระหว่างทางก็จะมีชาวเมืองต่างหยุดมองและพากันชื่นชมในความสง่างามของม้า รวมทั้งเครื่องประดับอันสวยงามที่อยู่บนตัวม้าไปตลอดทาง ทำให้รุหกะรู้สึกปลาบปลื้มใจไปด้วย

วันหนึ่งเขาได้เล่าเรื่องนี้ให้แก่ภรรยาฟัง ซึ่งภรรยาของปุโรหิตผู้นี้เป็นหญิงที่ไร้ความละอายและไม่รู้กาลเทศะเป็นอย่างยิ่งจึงแกล้งกล่าวกับผู้เป็นสามีว่า “ที่ชาวเมืองสรรเสริญม้าตัวนั้นก็เพราะมันมีเครื่องประดับที่งดงามและท่าเดินที่สง่างามน่ะสิ หากท่านนำเครื่องประดับเกียรติยศเหล่านั้นมาสวมใส่และเดินอย่างม้าไปเข้าเฝ้าพระราชาบ้าง ชาวเมืองก็จะต้องหันมาชื่นชมและสรรเสริญท่านเหมือนกับม้านั่นแหละ”

ด้วยความเชื่อใจภรรยาและมิได้ใช้ปัญญาไตร่ตรองคิดให้ดีเสียก่อน รุหกะจึงทำตามที่ภรรยาแนะนำโดยการนำเครื่องประดับของม้ามาสวมใส่แล้วเดินอย่างม้าไปเข้าเฝ้าพระราชา เมื่อชาวเมืองเห็นเข้าต่างก็พากันหัวเราพร้อมกับกล่าวชมเชิงดูหมิ่นว่า “แหม ท่านปุโรหิต วันนี้ท่านช่างสง่าเสียเหลือเกิน” รุหกะเข้าใจว่าชาวเมืองชื่นชมตนด้วยความจริงใจ จึงรีบไปเข้าเฝ้าพระราชาด้วยสภาพเช่นนั้น

เมื่อพระราชาทรงทอดพระเนตรเห็นเข้าก็ทรงกล่าวตำหนิอย่างรุนแรงว่า “ท่านอาจารย์ นี่จิตใจของท่านผิดปกติไปแล้วหรือไรกัน หรือท่านเป็นบ้าไปแล้วกระมัง จึงได้ทำเรื่องแปลกประหลาดผิดจากมนุษย์ปกติเช่นนี้”

ครั้นได้ฟังคำตำหนิจากพระราชาเช่นนั้น รุหกะจึงได้เกิดสติขึ้นมาว่าสิ่งที่ตนทำนั้นเป็นเรื่องน่าอับอายยิ่งนัก เมื่อนึกไปถึงคำแนะนำของภรรยาก็เพิ่งคิดได้ว่าถูกหลอก เขาจึงโกรธมากและกลับไปต่อว่าภรรยาพร้อมกับขับไล่นางออกจากบ้าน และไม่ยอมเกี่ยวข้องกับหญิงผู้นี้อีกเลย

 

ข้อคิดจากนิทานชาดก : อย่าเชื่อเพียงคำพูดของคน แต่จงใช้ปัญญาไตร่ตรองให้ถ้วนถี่