ลิงยอดกตัญญูกับนายพราหมณ์ใจบาป

cartoon-monkey-swinging-7610

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าหิมพานต์ได้มีพญาวานรอยู่ตัวหนึ่งนามว่า “นันทิยะ” ทำหน้าที่ปกครองดูแลเหล่าวานรบริวารแปดหมื่นตัว นันทิยะนั้นมีน้องชายชื่อว่า “จุลลนันทิยะ” ทั้งสองมีแม่ที่แก่ชราและตาบอด แต่เพราะด้วยความที่ต้องช่วยกันดูแลเหล่าบริวารวานรจำนวนมากให้อยู่อย่างปกติสุข ทั้งสองจึงไม่มีเวลามาดูแลแม่ที่แก่ชรามากนัก แต่กระนั้นพญาวานรนันทิยะก็ยังคงหาผลไม้ดีๆ แล้วฝากวานรบริวารนำไปให้แก่แม่ของตนกินอยู่เป็นประจำ

อยู่มาวันหนึ่งพญาวานรนันทิยะและจุลลนันทิยะได้มาเยี่ยมผู้เป็นแม่ แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นร่างกายที่ผ่ายผอมและทรุดโทรมเป็นอย่างยิ่งของผู้เป็นแม่ ครั้นเมื่อสอบถามแล้วจึงรู้ว่าผลไม้ที่ตนฝากมาให้แม่นั้นไม่เคยถึงมือแม่ของตนเลยแม้สักครั้งเดียว พญาวานรนันทิยะรู้สึกเสียใจที่ตนเองเป็นถึงพญาวานรที่ดูแลวานรบริวารให้อยู่ดีมีสุขได้ แต่กลับดูแลแม่ไม่ได้ปล่อยให้แม่แท้ๆ ต้องลำบากมานาน จึงกล่าวกับจุลลนันทิยะน้องชายว่า “จุลลนันทิยะเอ๋ย ต่อไปพี่จะอยู่ดูแลแม่ให้มีความสุข เจ้าจงรับตำแหน่งจ่าฝูงปกครองดูแลวานรทั้งหลายแทนพี่ด้วยเถิด”

แต่จุลลนันทิยะปฏิเสธ โดยกล่าวตอบนันทิยะผู้เป็นพี่ว่า “ตัวข้าเองก็ปรารถนาจะปรนนิบัติรับใช้แม่ให้อยู่อย่างสุขสบายเช่นกัน ขอให้ข้าได้อยู่ดูแลแม่ร่วมกันกับพี่เถิด” ดังนั้นทั้งสองจึงละทิ้งฝูงลิงไป แล้วพาแม่ไปอาศัยอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมป่า คอยหาผลไม้และอยู่ปรนนิบัติแม่ผู้ชราและตาบอดเป็นอย่าดีมิได้ขาดตกบกพร่อง

อยู่มาวันหนึ่งได้มีนายพรานผู้หนึ่งจากเมืองพาราณสีเข้ามาล่าสัตว์ในป่า แต่วันนั้นเขาไม่ได้อะไรติดมือกลับบ้านเลย จึงเดินเรื่อยมาจนถึงชายป่า ขณะนั้นวานรทั้งสองกำลังป้อนอาหารให้แก่แม่อยู่ เมื่อวานรสองพี่น้องเห็นนายพรานเดินมาแต่ไกลก็รีบปีนขึ้นไปหลบซ่อนอยู่บนต้นไม้ทันที

ฝ่ายนายพรานเมื่อเดินมาถึงยังต้นไม้ใหญ่ก็เห็นวานรแก่ชราตาบอดนั่งอยู่ แทนที่เขาจะสงสารกลับนึกดีใจว่าจะได้กินเนื้อวานรเป็นอาหาร แม้จะเป็นวานรแก่ๆ ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรติดมือกลับบ้านไป เมื่อคิดดังนั้นจึงโก่งคันธนูหมายจะปลิดชีพวานรชราผู้นี้

วานรนันทิยะเห็นดังนั้นจึงรีบกระโจนออกมาจากที่ซ่อนแล้วกล่าวกับนายพรานว่า “ขอท่านพรานไว้ชีวิตแม่ผู้ชราและตาบอดของข้าด้วยเถิด แล้วเอาชีวิตข้าไปแทน” นายพรานจึงตกลงรับคำ วานรนันทิยะจึงยืนนิ่งให้นายพรานสังหาร แต่เมื่อฆ่าวานรนันทิยะไปแล้วนายพรานใจบาปก็ไม่รักษาสัจจะ คิดแต่อยากได้เนื้อวานรกลับไปให้ได้มากที่สุด จึงโก่งคันธนูหมายจะปลิดชีพวานรชราอีกครั้ง

จุลลนันทิยะเห็นดังนั้นจึงรีบออกมาจากที่ซ่อนแล้วกล่าววิงวอนขอชีวิตแม่ของตนว่า “ท่านพรานได้โปรดไว้ชีวิตแม่ผู้ชราของข้าด้วยเถิด แล้วเอาชีวิตของข้าไปแทน” นายพรานก็ตกลงรับคำเช่นเคย แต่เมื่อฆ่าวานรจุลลนันทิยะแล้วนายพรานใจบาปก็ยงคงไม่รักษาสัญญาเช่นเดิม ยิงศรใส่นางวานรชราทันที ทำให้วานรทั้งสามแม่ลูกตายตามกันไป

จากนั้นนายพรานใจบาปก็หาบร่างของวานรทั้งสามออกจากป่าตรงกลับบ้าน แต่ด้วยบาปกรรมอันร้ายแรงที่ทำต่อวานรสามแม่ลูก ทำให้เกิดฟ้าผ่าลงมายังบ้านของนายพรานจนเกิดเพลิงไหม้ ทำให้เมียและลูกของนายพรานใจบาปผู้นี้ตายอยู่ในกองไฟนั้นเอง

ครั้นเมื่อนายพรานกลับถึงบ้านก็ทราบข่าวทำให้เขาเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างยิ่งจนกลายเป็นบ้าไป ทิ้งหาบที่มีร่างอันไร้วิญญาณของวานรทั้งสามตัวลงบนพื้น แล้ววิ่งร้องไห้เข้าไปในบ้านของตนที่ถูกเพลิงไหม้วอดวายแทบทั้งหลัง ขณะนั้นเองขื่อบ้านของเขาก็ตกลงทับศีรษะนายพรานใจบาป แผ่นดินแยกออก สูบร่างของเขาตกลงไปชดใช้กรรมต่อในขุมนรกอเวจี

 

ข้อคิดจากนิทานชาดก : คนใจบาปหยาบช้าย่อมพบกับความฉิบหายดังที่เคยก่อไว้กับผู้อื่น