ห่อข้าวของจัณฑาล

rice-hi

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ เมืองพาราณสี มีจัณฑาลหนุ่มผู้หนึ่งต้องเดินทางไปทำธุระยังต่างเมือง จึงได้จัดเตรียมห่อข้าวติดตัวไปด้วยห่อหนึ่ง ทำให้ได้พบกับพราหมณ์หนุ่มนาว่า “สตธรรม” ซึ่งเป็นบุตรของพราหมณ์ตระกูลดังในกรุงพาราณสีแห่งนี้ หลังจากได้ร่วมพูดคุยกันแล้วก็รู้ว่ากำลังจะไปทางเดียวกัน จึงได้ร่วมเดินทางไปพร้อมกัน

หลังจากเดินทางมาได้พักใหญ่ ทั้งสองก็ชวนกันหยุดพักอยู่ที่ริมสระน้ำแห่งหนึ่ง จัณฑาลหนุ่มได้นำห่อข้าวที่ตนเตรียมไว้ออกมาแกะกิน แต่เห็นว่าสตธรรมไม่ได้นำอาหารใดๆ เตรียมมา จึงชวนให้เขามากินข้าวด้วยกัน แต่สตธรรมกล่าวว่า “เจ้าเป็นจัณฑาลคนชั้นต่ำ ส่วนเราเป็นถึงพราหมณ์ผู้บริสุทธิ์ ไหนเลยจะให้ลดตัวลงไปกินข้าวของเจ้าได้ เจ้ากินข้าวของเจ้าไปเถิด เราจะไม่กินของเจ้าดอก” เมื่อได้ฟังเช่นนั้นจัณฑาลหนุ่มก็แบ่งข้าวออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกนำมากิน อีกส่วนหนึ่งห่อไว้ดังเดิมเพื่อเก็บไว้กินในมื้อถัดไป หลังจากจัณฑาลหนุ่มกินข้าวเสร็จแล้วก็ออกเดินทางต่อพร้อมสตธรรม

จนกระทั่งตกเย็นทั้งสองก็ได้แวะพักอยู่ที่ริมแม่น้ำอีกครั้ง จัณฑาลหนุ่มก็ได้นำห่อข้าวที่เหลือจากมื้อก่อนมาแกะกินต่อ แต่คราวนี้มิได้เอ่ยปากชวนสตธรรม เพราะคิดว่าชวนไปสตธรรมก็คงไม่กินอีกเช่นเคย แต่ในเวลานั้นสตธรรมรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางเป็นอย่างยิ่ง และตั้งแต่เช้ามานี้เขาก็ยังไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องเลย เขาจึงรู้สึกหิวและอยากให้จัณฑาลหนุ่มชวนเขากินข้าวอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เขาจะไม่ปฏิเสธเลย ทว่าจัณฑาลหนุ่มก็ยังคงก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไปโดยไม่เอ่ยชวน สตธรรมทนกับความหิวโหยไม่ไหวจึงไปแย่งข้าวที่เหลือของจัณฑาลหนุ่มมากินจนหมด

ครั้นเมื่อกินข้าวในห่อนั้นจนหมดแล้วสติก็เริ่มมา สตธรรมจึงรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่งว่าตนนั้นเป็นถึงชนชั้นพราหมณ์แต่กลับไปกินข้าวที่เหลือเดนของจัณฑาลหนุ่มซึ่งเป็นคนต่ำต้อย มิหนำซ้ำยังเข้าไปแย่งข้าวของเขากินอีกด้วย ซึ่งข้าวนั้นย่อมหามาได้อย่างยากลำบากสำหรับพวกจัณฑาล ยิ่งคิดก็ยิ่งคับแค้นใจยิ่งนัก และร้อนรุ่มด้วยความรู้สึกผิดจนถึงกับอาเจียนออกมาเป็นเลือด คิดว่าตนคงไม่มีหน้าไปพบใครได้อีกแล้ว จึงเดินโซซัดโซเซหนีเข้าป่าและเสียชีวิตลงอย่างน่าอนาถใจในป่านั้นเอง

 

ข้อคิดจากนิทานชาดก : มนุษย์ผู้ประเสริฐต้องหาเลี้ยงชีพโดยชอบ ผู้ใดเลี้ยงชีพด้วยการทุจริตย่อมพบกับความทุกข์ใจไปจนตาย