อีกาไม่ประมาณตน

crow-hi

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อเมืองพาราณสีเกิดความแห้งแล้งอย่างสาหัส แม้แต่เหล่านกกาก็หาอาหารกินกันไม่ได้ ได้มีอีกาตัวหนึ่งชื่อว่า “สวิษฐกะ” ได้พานางกาผู้เป็นเมียเข้าไปหากินในเขตป่าหิมพานต์ ครั้งนั้นอีกาสวิษฐกะได้เห็นนกกาน้ำตัวหนึ่งชื่อว่า “วีรกะ” ซึ่งสามารถบินดิ่งลงไปในน้ำแล้วจับปลาขึ้นมากินเป็นอาหารได้ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างสำราญใจ จึงได้เข้าไปฝากตัวขออยู่รับใช้นกกาน้ำผู้นั้น

นกกาน้ำวีรกะสงสารจึงได้รับสวิษฐกะไว้คอยรับใช้ตน จากนั้นเป็นต้นมาเมื่อนกกาน้ำวีรกะดำลงไปจับปลาขึ้นมาได้ครั้งใดก็จะแบ่งให้แก่อีกาสวิษฐกะที่มาคอยอยู่เฝ้ารับใช้เป็นประจำ เมื่ออีกาสวิษฐกะได้กินปลาในส่วนของตนหมดจนอิ่มหนำแล้ว ก็จะคาบปลาส่วนที่เหลือกลับไปฝากให้นากาผู้เป็นเมียเสมอ

อยู่มาวันหนึ่งอีกาสวิษฐกะเกิดทะนงตนขึ้นมาว่าตัวมันกับนกกาน้ำวีรกะนั้นอันที่จริงก็เป็นนกกาเหมือนกัน ทั้งรูปร่าง หน้าตา รวมทั้งสีขนก็มีสีดำเหมือนกัน ดังนั้นตัวมันก็น่าจะสามารถดำน้ำลงไปหาปลากินได้เช่นเดียวกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงไปหานกกาน้ำวีรกะแล้วบอกว่า “นี่แน่ะท่านกาน้ำวีรกะ ต่อไปข้าจะดำน้ำลงไปหาปลามากินด้วยตัวเอง ท่านไม่ต้องดำน้ำลงไปหาปลามาเลี้ยงข้าอีกแล้วล่ะ”

นกกาน้ำวีรกะได้ยินดังนั้นก็รีบทักท้วงว่า “ช้าก่อนเถิดสหาย ตัวเรานั้นแม้เป็นนกกาเหมือนกันก็จริง แต่ก็คนละสายพันธุ์กัน สายพันธุ์ของข้านั้นสามารถหากินในน้ำได้ก็เพราะมีความเชี่ยวชาญอันเป็นลักษณะพิเศษ แต่สายพันธุ์ของท่านนั้นเชี่ยวชาญหากินทางบกเป็นสำคัญ ดังนั้นท่านจงอย่าได้ดำลงไปในน้ำเลย มิเช่นนั้นแล้วท่านอาจจะพบกับความหายนะได้”

ทว่าอีกาสวิษฐกะหาฟังคำเตือนนั้นไม่ มักบินดิ่งลงไปในน้ำเพื่อจับปลา แต่ครั้นจะโผล่ขึ้นมาก็ถูกสาหร่ายพันคอ พันตัว ติดอยู่กลางกอสาหร่าย จนต้องจมน้ำตายไปในที่สุด ฝ่ายนางกาผู้เป็นเมียนั้นเมื่อเห็นว่าอีกาสวิษฐกะไม่กลับมาหาเสียทีจึงรู้สึกร้อนใจรีบออกตามหา เมื่อมาพบกับนกกาน้ำวีรกะและรู้ว่าสามีได้ตายไปแล้วก็รู้สึกเศร้าโศกยิ่งนัก จึงกล่าวคำลานกกาน้ำวีรกะแล้วบินกลับไปยังเมืองพาราณสีอันเป็นถิ่นอาศัยเดิมของตน

 

ข้อคิดจากนิทานชาดก : การเลียนแบบผู้อื่นโดยไม่ประมาณความสามารถของตนเอง ย่อมทำให้เกิดผลร้ายในที่สุด