โคนันทิวิสาลกับพราหมณ์ผู้เลี้ยงดู

k13378295

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พราหมณ์ผู้ยากจนผู้หนึ่งได้ลูกโคตัวหนึ่งมาเลี้ยงชื่อว่า “นันทิวิสาล” โดยพราหมณ์ได้เลี้ยงดูลูกโคนันทิวิสาลเป็นอย่างดีเสมอมาและรักราวกับเป็นลูกของตนแท้ๆ จนกระทั่งนันทิวิสาลเติบใหญ่ขึ้นก็คิดจะตอบแทนบุญคุณของพราหมณ์ด้วยใจกตัญญู

วันหนึ่งโคนันทิวิสาลรู้ว่าตนนั้นมีพละกำลังมากจึงบอกแก่พราหมณ์ว่า “พ่อพราหมณ์เอ๋ย ท่านจงไปแจ้งแก่โควินทกเศรษฐีเถิดว่าโคของท่านคือตัวข้าสามารถลากเกวียน 100 เล่ม ที่ผูกติดกันและเต็มไปด้วยกรวดหินให้เคลื่อนที่ได้ โดยเดิมพันกันด้วยเงินหนึ่งพันกหาปณะเถิด”

พราหมณ์จึงทำตามที่โคนันทิวิสาลบอก เมื่อวันนัดมาถึงพราหมณ์ได้เทียมโคนันวิสาลไว้ที่เกวียนเล่มแรกเพื่อลากเกวียน 100 เล่มที่ผูกติดกัน และยังเต็มไปด้วยกรวด หิน ดิน ทรายเต็มเกวียน จากนั้นจึงขึ้นไปนั่งบนเกวียนเงื้อปฏักขึ้นแล้วกล่าวด้วยถ้อยคำหยาบคายว่า “ไอ้โคโกง ไอ้โคโง่ จงลากเกวียนไปเดี๋ยวนี้”

โคนันทิวิสาลได้ยินดังนั้นก็รู้สึกน้อยใจจึงหยุดยืนนิ่งไม่ยอมลากเกวียนต่อ สุดท้ายพราหมณ์ก็ต้องเสียเดิมพันให้แก่เศรษฐีไป และด้วยความเสียดายเงิน ทำให้พราหมณ์เอาแต่นอนซึมเศร้าอยู่ในเรือน โคนันทิวิสาลรู้สึกสงสารจึงบอกให้พราหมณ์กลับไปท้าเดิมพันกับโคนันทกเศรษฐีอีกครั้งด้วยเงินสองพันกหาปณะ พร้อมยืนยันว่าคราวนี้ตนจะทำให้พราหมณ์เป็นฝ่ายได้ทรัพย์มาโดยขอร้องว่าคราวนี้พราหมณ์จงอย่าเรียกตนด้วยถ้อยคำหยาบคาย

เมื่อถึงวันนัดหมายอีกครั้ง พราหมณ์ก็ทำตามที่โคนันทิวิสาลต้องการ โดยใช้คำพูดที่อ่อนหวานว่า “นันทิวิสาลลูกรัก จงลากเกวียนนี้ไปข้างหน้าด้วยเถิดลูก” เมื่อจบคำพูดอันอ่อนหวานนี้ก็ทำให้โคนันทิวิสาลเป็นฝ่ายชนะไปได้ในที่สุด และได้เงินเดิมพันมาพร้อมกับผู้คนที่มุงดูเหตุการณ์ก็มอบทรัพย์สินให้แก่โคนันทิวิสาลด้วยความศรัทธา ซึ่งทรัพย์สมบัติทั้งหมดนั้นก็ตกเป็นของพราหมณ์แต่ผู้เดียว

 

ข้อคิดจากนิทานพื้นบ้าน : ผู้ที่พูดจาหยาบคายมักจะไม่มีใครชอบ ส่วนผู้ที่พูดจาไพเราะอ่อนหวานมักได้รับการช่วยเหลือจากผู้อื่นอยู่เสมอผู้ที่พูดจาหยาบคายมักจะไม่มีใครชอบ ส่วนผู้ที่พูดจาไพเราะอ่อนหวานมักได้รับการช่วยเหลือจากผู้อื่นอยู่เสมอ